ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร นำทัพถกมาตรการความมั่นคงเชิงรุก สั่งขันน็อตแก้ปัญหายาเสพติด-บัญชีม้า ย้ำเปลี่ยนวิธีคิดจัดการผู้ยากไร้บุกรุกที่รัฐ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการและฝ่ายความมั่นคงทั้งจังหวัด ขานรับนโยบายรัฐบาลเร่งจัดระเบียบที่ดิน นสล. กำชับปรับเปลี่ยนแนวคิดการจับกุมกลุ่มเปราะบางบุกรุกที่รัฐ มาเป็นการจัดสรรที่ทำกินตามกฎหมาย พร้อมสั่งลุยปราบอาชญากรรมออนไลน์ แก้นอมินีต่างชาติ และสกัดกั้นยาเสพติดครอบคลุมทุกมิติ


บูรณาการฝ่ายปกครอง-ความมั่นคง ขับเคลื่อนแผนระดับจังหวัด
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมซุ้มกอ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่




การประชุมระดับบิ๊กแมตช์ในครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา และ นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร, พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร, พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ รอง ผอ.รมน.จังหวัดกำแพงเพชร, นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยนายอำเภอจากทั้ง 11 อำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันรับมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน








พลิกโฉมการจัดการที่ดินรัฐ: เลิกจับกุมกลุ่มเปราะบาง มุ่งจัดสรรที่ทำกิน
ประเด็นสำคัญที่เป็นไฮไลท์ในที่ประชุม คือการเร่งรัดจัดการปัญหาที่ดินทำกินและข้อพิพาท โดยผู้ว่าฯ กำแพงเพชร ได้สั่งการในเรื่องสำคัญดังนี้:
- ปรับปรุงฐานข้อมูล นสล.: เร่งจัดทำฐานทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ (นสล.) ให้เป็นปัจจุบัน
- แผนที่แนวเขตที่ดินรัฐ (One Map): เร่งรัดมาตรการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐให้เป็นอัตราส่วนเดียวกัน เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน
- ยกระดับการพิสูจน์สิทธิ์: พัฒนามาตรฐานการพิสูจน์สิทธิ์ในกรณีการบุกรุกที่ดินสาธารณะ
- เปลี่ยนแนวคิดการบังคับใช้กฎหมาย: กำชับให้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการจับกุมดำเนินคดีในกรณีที่พบว่าผู้บุกรุกเป็น “ผู้ยากไร้หรือกลุ่มเปราะบาง” ที่เข้ามาทำกินโดยเจตนาบริสุทธิ์ ให้เปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการและจัดสรรที่ดินทำกินให้ถูกต้องตามกฎหมายแทน









กวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์-สกัด “นอมินี” ข้ามชาติ
ในมิติของอาชญากรรมยุคใหม่และภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ ที่ประชุมได้วางมาตรการสกัดกั้นอย่างเข้มงวด โดยสั่งการให้บังคับใช้กฎหมายปราบปราม “บัญชีม้า” ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด พร้อมประสานควบคุมเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือตามแนวตะเข็บชายแดนเพื่อป้องกันการโอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในระดับหมู่บ้านและตำบล ให้ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสไปยังศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์แห่งชาติ (AOC)




นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้หน่วยงานพาณิชย์และฝ่ายปกครองร่วมตรวจสอบการจดทะเบียนธุรกิจทุกรูปแบบ เพื่อป้องกัน “ธุรกิจนอมินี” (ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่มีคนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งพัฒนาระบบข้อมูลเชื่อมโยงฐานข้อมูลคนเข้าเมือง ทะเบียนราษฎร และทะเบียนผู้พักในโรงแรม เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวในราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด




ยกระดับสงครามยาเสพติด ปราบผู้มีอิทธิพล-หนี้นอกระบบ
สำหรับมาตรการด้านยาเสพติดและมาเฟียท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชรได้วางกรอบการทำงานเชิงรุก 3 ด้าน:
- สกัดกั้นต้นทาง: เพิ่มมาตรการตรวจสอบตามเส้นทางเชื่อมต่อพรมแดนเพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด
- เด็ดหัวเครือข่ายและฟอกเงิน: ยกระดับการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้า และการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์ รวมถึงสกัดกั้นการฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน
- บำบัดรักษาเชิงรุก: ส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผู้เสพอย่างครบวงจร โดยเร่งจัดหากับจัดตั้งสถานที่บำบัดสำหรับผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดเป็นการเฉพาะ



ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำว่าทุกมาตรการจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคงร่วมกันอย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อ

ภาพ-ข่าว : ต้นหญ้าอ่อน
เรียบเรียง : ต้นหญ้าอ่อน
Graphic Design : ต้นหญ้าอ่อน



